วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554


ตอนนี้ย้ายบ้านแล้วนะครับ มีบทความใหม่ๆซึ่งจะทยอยเขียนเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เหมาะสำหรับมือใหม่นะครับ ใครว่างลองแวะเข้าไปเยี่ยมชม ได้นะครับที่

www.bonsaisiam.com



ส่วนบทความเก่าๆ ในบล็อคนี้จะทยอยย้ายไปครับ







กลุ่มโรงเรียนทางภาคเหนือ
รูปแบบของโรงเรียนทางเหนือเป็นรูปแบบที่ใช้ในพื้นที่ หยางโจว, ซูโจว, เซี่ยงไฮ้ และพื้นที่ทางเหนือลุ่มแม่น้ำแยงซี  ต้นไม้ที่ใช้ส่วนมากจะเป็นตระกูลสน  และการจัดรูปแบบของต้นไม้จะใช้ลวด หรืออาจจะผสมผสานกับการตัดเล็ม  ลักษณะที่เห็นเด่นชัดของรูปแบบทางเหนือก็คือกลุ่มใบจะจัดในแบบกลุ่มเป็นชั้นๆกลุ่มใบเหล่านี้อาจมีรูปร่างไม่เหมือนกัน   แต่องค์ประกอบหลักก็คือความแตกต่างของสภาพแวดล้อมของธรรมชาติและภูมิอากาศ  ทางใต้ของจีนจะมีทั้งอุณหภูมิและความชื้นสูงตลอดปี  ตลอดลุ่มน้ำแยงซีฤดูที่ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้สั้นมากฉะนั้นการที่จะจัดรูปร่างของเผินจิ่งโดยไม่ใช้ลวดแทบจะเป็นไปได้ยาก   ต้นไม้ที่ขึ้นทางเหนือจะสร้างรูปทรงได้ยากหากไม่ใช้การดัดด้วยลวดช่วย    สำหรับกลุ่มโรงเรียนทางภาคเหนือนี้ก็ยังแบ่งออกเป็นโรงเรียนซูตะวันออกและโรงเรียนซูตะวันตก   




กลุ่มโรงเรียนซูตะวันออก:
โรงเรียนหยางโจว(YANGZHOU): 
มีประวัติเผินจิ่งมาเนิ่นนานในรูปแบบที่ประณีตเด่นเรื่องการจัดชั้นของกลุ่มใบ  กิ่งสร้างให้เล็กเรียบรูปร่างกลุ่มใบเป็นรูปวงรีแต่ละชั้นจะเท่ากันหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกัน  จัดกิ่งในแนวระดับ ซึ่งเรียกว่า กลุ่มชั้นเมฆ  โดยมักมีจำนวนเป็นเลขคี่  เผินจิ่งที่มีกิ่งตั้งแต่หนึ่งถึงสามชั้นจะเป็นแบบ "Platform Style,"  และที่มีกิ่งมากกว่าสามชั้นจะเป็นแบบ "Ingenious or Delicate Cloud Style."  ลำต้นส่วนใหญ่จะบิดงอที่เรียกว่าโค้งมังกรทะยาน(Roaming Dragon Curves)        
ศิลปินหยางโจวจะมีความชำนาญพิเศษในการดัดต้น, กิ่งใหญ่ๆ และกิ่งย่อยด้วยเชือกใยปาล์ม  โดยยึดตามหลักของภาพเขียนจีนที่ว่ากิ่งไม่ควรจะเป็นเส้นตรงระยะเกินกว่าหนึ่งคัน(cun) ยาวประมาณ 3.3 cm  ศิลปินเผินจิ่นจะบิดกิ่งให้เป็น "Flower Pagoda" หรือ "สามโค้งต่อหนึ่งคันในการสร้างตั้งแต่ไม้ยังเล็ก  ต้นไม้จะถูกดัดและตัดเล็มอย่างระมัดระวัง  รูปแบบนี้จะต้องใช้ความชำนาญประสบการณ์ที่สูงรวมถึงระยะเวลาที่ต้องใช้อย่างมาก   
รูปแบบดั้งเดิมของเผินจิ่งหยางโจวได้มีการอนุรักย์ตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้  พันธ์ไม้ที่ใช้ได้แก่ สน, เอม, บล็อกวู๊ด,  Podocarpus, Gingko, Damnacanthus, azalea, camellia, Chinese wolfberry, Wisteria, Nandina domestica, Chimonanthus, pomegranate, and honeysuckle.   ปัจจุบันเผินจิ่งหยางโจวจะใช้ไม้จำพวกไทรมาสร้างเป็นส่วนใหญ่เผินจิ่นที่มีชื่อเสียงมากก็คือ"Towering Canopy," เป็นเผินจิ่นต้นสนสามร้อยยอด(Sabrina chinensis) ที่มีความสุง 100 cm  มีอายุประมาณ 400 ปี เผินจิ่งต้นนี้ใช้เป็นต้นแบบเผินจิ่งของหยางโจว  ต้นที่มีลักษณะบิดเป็นเกลียวเรียกว่าการเต้นรำของมังกร   ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์เผินจิ่งที่มีชื่อว่า "Name 47" ถูกปลูกตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (1368-1644)  โดยใช้ระยะเวลาการสร้างอยู่หลายปีภายในวัดเก่าแก่ของหยางโจวที่ชื่อว่าวัดเทียนนิง   ดั่งมรดกตกทอดที่มีชีวิตมันถูกยกให้แก่พิธิทภัณฑ์หยางโจวในปี 1950  พร้อมๆกับเผินจิ่งต้นสนอีกสองต้นที่สร้างในสมัยราชวงศ์ชิง(1644-1912)   ในปี คศ.1964 มันถูกย้ายไปที่ Yangzhou's Slender West Lake Park 



โรงเรียนตุง (Tung):  อยู่ในมณทลอันฮุย  วิธีการสร้างคล้ายกับวิธีของโรงเรียนหยางโจว  หลักการโบราณของโรงเรียนตุงในการสร้างเผินจิ่งต้นพลัมกล่าวไว้ว่า "ต้นพลัมจะสวยงามเมื่อบิดโค้งและจะไม่น่าดูเมื่อเป็นเส้นตรงเริ่มจากการดัดเป็นวงจากรากในกระถาง  ลำต้นส่วนบนดัดเป็นรูป S  ต้นจะถูกปลูกในตำแหน่งที่ให้โค้งเลื้อยขึ้นบนทีละน้อยให้เข้ารูปทรงที่เรียกว่า  มังกรขด(Coiled Dragon)  คล้ายกับรูปแบบมังกรทะยาน(roaming dragon)  เมื่อศิลปินอันฮุยสร้างต้น Chinese cypress หรือ Sargent juniper  เขาจะดัดบิดต้นให้เป็นเกลียวขณะเมื่อต้นไม้ยังเล็กๆอยู่เพื่อให้ต้นเกิดรอยริ้วขึ้นที่เปลือกไม้    พันธุ์ไม้อื่นๆที่ใช้ก็มี  Pinus taiwanensis, Podocarpus, boxwood, heath, sweet-scented osmanthus, Lagerstroemia, Nandina domestica, Ulmus pumila, and Sageretia.   เผินจิ่งของอันฮุยบางครั้งจะใช้เทคนิคการรวมต้นเพื่อให้ได้รูปร่างที่มีหลายมิติ   




กลุ่มโรงเรียนซูตะวันตก : โรงเรียนซูโจว(SUZHOU) :  จะเด่นในเรื่องการสร้างเผินจิ่งที่มีลำต้นดูมีอายุเก่าแก่และกิ่งที่โค้งงอ   ดูเป็นธรรมชาติและงดงาม   รูปแบบหนึ่งที่ใช้กันมากโดยการดัดลำต้นจากด้านหนึ่งบิดไปอีกด้านหนึ่งรวมทั้งสิ้นหกโค้ง, กิ่งสามกิ่งจะถูกดัดไปทางซ้ายและอีกสามกิ่งดัดไปทางขวา  กิ่งพุ่มเหล่านี้จะถูกเรียกว่า หกชั้น (Six Platforms)  สามชั้นจะถูกดัดไปด้านหลัง  เรียกว่า "Three Bases."   อีกพุ่มหนึ่งจะอยู่ยอดสุด  การออกแบบรูปแบบนี้จะเรียกว่า  "Six Platforms, Three Bases and One Top."    ในพื้นที่ใกล้เมืองเฉิงตู (Guangfu)  (ใกล้ซูโจว) มีกฎการสร้างเผินจิ่งต้นพรุนซึ่งมีทั้งเผินจิ่งที่มีกิ่งย้อย Overhanging a Cliff Style, แบบลำต้นแยกจากกัน "Split Trunk Style," แบบ"Screen Style," และแบบ "Following the Wind Style."  รูปแบบหลังนี้จะคล้ายกับบอนไซเอนชายแต่มุมของลำต้นที่เอนจะมากกว่าบอนไซแบบเอนชายมาก  และมีกิ่งยาวยื่นออกไปจนถึงยอด  ปรกติรูปแบบนี้จะใช้ไม้ตระกูลสน   



การสร้างรูปแบบของเผินจิ่งของซูโจวจะใช้เทคนิค รูปทรงหลักใช้การดัด  รายละเอียดใช้การตัดเล็ม  การดัดต้นและกิ่งเป็นรูป S จะใช้เชือกที่ทำจากใยของปาล์ม  ลักษณะพิเศษของเผินจิ่งของซูโจวก็คือลำต้นที่ดูเก่าแก่ประกอบด้วยกิ่งหลายกิ่ง, การตัดกันระหว่างซากไม้กับพุ่มไม้ที่เขียวชอุ่ม  และช่อใบที่หนาเรียบเป็นชั้นรอบส่วนยอด    ส่วนมากจะเป็นไม้ผลัดใบเช่น  Hedge Sageretia ( Sageretia theezans ), เอมจีน  ( Ulmus parvifolia ), เมเปิล  ( Acer buergeranum ), ต้นพลัม, และ Pomegranate ( Punica granatum )  มีการใช้สนอีกสองชนิดคือ  จูนิเปอร์  และสนห้าใบ
ชูซิอันและซูเชาเจียนเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงของโรงเรียนซูโจวเป็นผู้ที่เปิดมุมมองใหม่ให้แก่เผินจิ่งซูโจวที่เน้นความงามแบบธรรมชาติ  เผินจิ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโรงเรียนนี้ก็คือเผินจิ่งที่มีชื่อว่า "Artistic Spirit of the Qin and Han Dynasties," เป็นสนจูนิเปอร์  juniperus chinesis สูง 170 ซม มีอายุกว่า 500 ปี   มีกิ่งที่พริ้วไหวซึ่งแตกงอกมาจากลำต้นที่เป็นซากไม้เก่าแก่   สร้างความแตกต่างขัดแย้งกันระหว่างใหม่และเก่า   ต้นไม้ปลูกไว้ในกระถางโบราณสมัยราชวงศ์หมิงรูปทรงดอกบัวสีแดงสด  ถูกจัดวางไว้บนหินแกะสลักรูปหัวสิงโตเก้าหัวซึ่งมีอายุตั้งแต่ปลายราชวงศ์หยวนราวศตวรรษที่ 14 โดยถือว่าเป็นสมบัติโบราณที่มีชีวิตของชาติ   ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่สวน เผินจิ่ง Suzhou's Tiger Hill  ในพื้นที่แถบ Wan Jing Shan Zhuang ("Mountain Village of 10,000 Views")
       
โรงเรียนเซี่ยงไฮ้  
เผินจิ่งของโรงเรียนเซี่ยงไฮ้มีลำต้นและกิ่งที่โค้งแบบอิสระ  โดยใช้หลักการที่ว่า  "การสร้างรูปทรงหลักโดยการดัด, การสร้างรายละเอียดจะใช้การตัดเล็ม (Coarse Wiring and Fine Pruning)"   เผินจิ่งจะสร้างจากต้นไม้มากกว่า 140 ชนิด  โดยเน้นสนจำพวก  the Five-Needle Pine ( Pinus parvifolia ), Black Pine ( Pinus thunbergiana ), Yew Podocarpus ( Podocarpus macrophylla ), และสนจูนิเปอร์  emphasized.  นอกจากนั้นยังใช้ไม้ผลัดใบและไม้ดอกหรือไม้ผลอีกหลายชนิด  ลำต้นและกิ่งจะถูกดัดเป็นเกลียวและโค้งด้วยลวดเหล็กแม้ว่าจะมีสนิมขึ้นก็ตามแทนการใช้เชือกจากใยปาล์ม  กิ่งย่อยเล็กจะใช้วิธีการตัดเล็มอย่างพิถีพิถันซึ่งจะใช้ระยะเวลานานหลายปี    ต้นไม้ที่ถูกสร้างแบบนี้จะเด่นที่แนวของลำต้นและกิ่งโค้งงอแบบอิสระ และมีพุ่มใบที่หนาทึบ   เผินจิ่งเซี่ยงไฮ้มีชื่อเสียงในด้านความหลากหลายในรูปแบบเนื่องจากการสร้างที่ไร้กฏเกณฑ์ตามธรรมชาติและเผินจิ่งที่มีชื่อเสียงของเซี่ยงไฮ้อีกชนิดก็คือเผินจิ่งขนาดเล็กๆเพียงแค่ผ่ามือ  สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงระดับฝีมือในการสร้างเผินจิ่งที่สูงส่งของศิลปินในภูมิภาค
เผินจิ่งในสมัยโบราณหินจะถูกจัดไว้ในภาชนะขอบสูง  ทำให้ผู้ชมได้เห็นเฉพาะส่วนบนของเทือกเขาเท่านั้นขณะที่ทิวทัศน์ของตีนเขาจะถูกขอบภาชนะบดบังไว้   ในปี คศ. 1960 ดองซูยู, ยิมซิมิน ร่วมกับศิลปินเผินจิ่งอีกหลายท่านได้พัฒนาปรับปรุงและสร้างรูปแบบของเผินจิ่นภูมิทัศน์ขึ้นมาใหม่  แรกทีเดียวพวกเขาได้เปลี่ยนไปใช้ถาดแบนขอบต่ำทำจากหิน Fan stone หรือหินอ่อน   ถาดบางๆนี้จะทำให้ผู้ดูได้เห็นฐานของเทือกเขา, เห็นแนวที่โค้งคดเคี้ยวไปมา,  มีความสัมพันธ์ของเทือกเขาและน้ำรวมถึงยอดเขาและส่วนอื่นๆของเทือกเขา  รวมถึงลดองค์ประกอบที่เด่นฉูดฉาดเกินไปซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในเผินจิ่งสมัยเก่าลงไป    แนวขอบแอ่งน้ำที่งดงามจะสร้างจากหินแข็งจำพวก Axe-cut Rock, Stone Bamboo Shoot Rock, Ying Rock, Xuancheng Rock,  ศิลปินกลุ่นนี้เป็นผู้บุกเบิกคิดค้นการใช้ต้นไม้ปลูกลงบนหิน   ปัจจุบันเผินจิ่งภูมิทัศน์ของเซี่ยงไฮ้อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม  :
        1.)
เผินจิ่งที่ใช้หินแข็งซึ่งจะสร้างทิวทัศน์ในระยะใกล้  หินจะพุ่งขึ้นเหมือนยอดเขาพุ่งขึ้นเสียดฟ้า  ขณะที่ต้นไม้ปลูกให้ต้นโน้มเอียงลาดลงมาด้านล่างจากเทือกเขา ทั้งหินและต้นไม้สอดคล้องกัน  
        2.)
เผินจิ่นที่สร้างจากหินที่ไม่แกร่งเช่น หินประการัง, หินภูเขาไฟ, และหินทราย  หินจะถูกแต่งเพื่อให้เห็นผิวและลายอย่างพิถีพิถัน  หญ้าสั้นๆที่เรียกว่า ลิ จะใช้ปลูกบนหิน  และน้ำที่แผ่กว้างภายในถาดจะทำให้เผินจิ่งเด่นขึ้น  ศิลปินจะใช้องค์ประกอบที่เสริมให้เกิดความลึกของภาพรวมเพื่อสื่อถึงดินแดนทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี  ดินแดนแห่งแม่น้ำและทะเลสาบ 
รากบนผิวดินที่มีรูปแบบคดเคี้ยวจะถูกใช้มาก  ซึ่งทั้งต้นและรากจะถูกปลูกให้โค้งบิดตามธรรมชาติ   การสร้างเผินจิ่งที่โชว์รากอีกชนิดหนึ่งก็คือการปลูกต้นไม้โดยมีรากยึดอยู่บนหินหรือที่เรียกว่า  รูปแบบ"squid" หรือ octopus" รากจะเชื่อมติดกันเป็นแผงคลุมหิน 



นอกจากนั้นยังมี  โรงเรียนหนานตงที่ชำนาญการใช้ต้น Shrubby Yew Podocarpus มาสร้างเผินจิ่งซึ่งลำต้นจะถูกดัดให้เป็นรูปตัว "S" ด้วยเชือกใยปาล์มและดัดให้เอนมาด้านหน้าเล็กน้อย,   โรงเรียนเจ๋อเจียงที่เปิดขึ้นใหม่  โรงเรียนนี้จะใช้ไม้ประเภทเดียวกันกับที่โรงเรียนเซี่ยงไฮ้ใช้  ในการสร้างเผินจิ่งจะใช้เชือกไยปาล์มและลวดโลหะร่วมกับการตัดเล็ม  รูปแบบของโรงเรียนนี้จะไม่ค่อยใช้การดัดลำต้นให้โค้งงอแต่จะสร้างเผินจิ่นที่มีลำต้นตั้งตรงดูมั่นคงแข็งแรง  รูปแบบทั่วไปจะเป็นทรงลำต้นสูงและแบบไม้กลุ่ม, โรงเรียนหูหนานที่นิยมใช้สนจูนิเปอร์สร้างเผินจิ่งในรูปแบบ "Hanging Cliff Style,  โรงเรียนหูเป่ยที่คิดค้นเผินจิ่งรูปแบบที่เรียกว่า สารทกำสรวล (Autumn Melancholy)   โดยใช้การตัดเล็มกิ่งและกลุ่มใบให้เอนไปด้านเดียว  โดยสร้างให้เหมือนกับว่าต้นไม้ต้นนั้นถูกลมแรงพัดกรรโชกอยู่  หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ไม้ลู่ลม (Wind Sweep)


โรงเรียนฉวนหรือเสฉวน (SICHUAN)
 เผินจิ่งของโรงเรียนนี้จะมีลักษณะที่มีแนวโค้งพลิ้วไหวและม้วนขึ้นสู่ด้านบน  ต้นไม้จะถูกบิดเพื่อให้ได้รูปทรงหลากหลายรูปแบบ  เผินจิ่งของฉวนจะดูเก่าแก่งดงามแปลกตา  การสร้างจะใช้เชือกใยปาล์มโดยใช้รูปแบบพื้นฐานเป็นหลักในการสร้างเผินจิ่งหลายรูปแบบ  ทุกๆชิ้นงานจะมีจุดเด่นเหมือนเช่นมังกรม้วนกอดรัดไข่มุก(pearl embraced by a cavorting dragon), รูปแบบการดัดลำต้นที่นิยมได้แก่ มุมเหลี่ยม (Corner Bends), กิ่งโค้งคู่(Curves With Paired Branches), โค้งแบบวกกลับ(Reversing Curves),  ลำต้นตั้งตรงพร้อมยอดมงกุฎ (Straight Trunk With Crown), มังกรโอบรัดต้นเสาหิน(Coiling Dragon Embracing a Staff or Pillar) และ "หญิงชราหวีผมหรือภรรยาแต่งหน้า(Old Woman Combing Her Hair or Wife Applying Make-up)กิ่งจะถูกดดัดบิดให้อยู่ในลักษณะ  กิ่งแบบราบ(Flat Branches),  กิ่งโค้งบิดเป็นเกลียว( Spiralling or Coiled Branches), กิ่งแบบกึ่งแบนผสมแบบเกลียว(Half-Flat, Half-Spiralling Branches) ฯ  โค้งเหล่านี้จะเรียนแบบลำตัวของไส้เดือนที่บิดโค้ง(Earthworm Curves)
นอกจากรูปแบบมาตรฐานที่กล่าวมาแล้ว  โรงเรียนเสฉวนยังคิดเผินจิ่งรูปแบบใหม่ๆที่มีรูปทรงแบบธรรมชาติอีกหลายรูปแบบโดยอาศัยแนวคิดจากภาพเขียนจีน  โดยเฉพาะรูปแบบต้นตั้งตรง, ลำต้นเอนและทรงตกกระถาง  นิยมรากที่เหนือดินโดยสร้างให้คล้ายมังกรกำลังคลาน  ไม้ประเภทไม้ดอกและไม้ผลก็นิยมนำมาสร้างเผินจิ่งด้วยเช่น  Common Flowering Quince ( Chaenomeles lagenaria ), Spiny Persimmon ( Diospyros armata ), and Snow-in-summer ( Gerastium tomentosum ), Lagerstroemia, Damnacanthus, Bauhinia, Osmanthus, และ Ilex   ลำต้นและกิ่งจะดัดโค้งเพื่อลดความสูงของต้นลงและเพื่อให้ดอกหรือผลรวมทั้งใบเด่นขึ้นมา   เผินจิ่งภูมิทัศน์ของเสฉวนมักจะใช้หินทรายและใช้ทิวทัศน์ของแม่น้ำแยงซี, เทือกเขาที่สวยงามเป็นต้นแบบ 

หมายเหตุ   ภาพบางภาพที่ใช้ประกอบในบทความอาจไม่ตรงกับเนื้อหา





ตอนนี้ย้ายบ้านแล้วนะครับ มีบทความใหม่ๆซึ่งจะทยอยเขียนเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เหมาะสำหรับมือใหม่นะครับ ใครว่างลองแวะเข้าไปเยี่ยมชม ได้นะครับที่


www.bonsaisiam.com



ส่วนบทความเก่าๆ ในบล็อคนี้จะทยอยย้ายไปครับ



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Subscribe to RSS Feed Follow me on Twitter!